การนำโหลดเซลล์มาใช้วัดแรงดึงและแรงกด

โหลดเซลล์ (Load Cell) คืออุปกรณ์ตรวจวัดแรงที่สามารถแปลงแรงกลให้กลายเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อนำไปประมวลผลและแสดงผลในรูปแบบค่าตัวเลขหรือกราฟ โดยโหลดเซลล์สามารถใช้วัดได้ทั้ง แรงดึง (Tensile Force) และ แรงกด (Compressive Force) ซึ่งเป็นการทดสอบสมบัติทางกลที่สำคัญในงานอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น การทดสอบวัสดุ การชั่งน้ำหนัก การตรวจสอบคุณภาพ หรือการควบคุมในสายการผลิต


หลักการทำงานของโหลดเซลล์

โหลดเซลล์ภายในประกอบด้วย Strain Gauge ที่ติดตั้งบนวัสดุรับแรง เมื่อมีแรงมากระทำ (ไม่ว่าจะเป็นแรงดึงหรือแรงกด) วัสดุจะเกิดการยืดหรือบีบอัดเล็กน้อย Strain Gauge จะเปลี่ยนค่าความต้านทานไฟฟ้า ซึ่งวงจรวัดจะเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้า (mV/V) ส่งต่อไปยังตัวแสดงผลหรือตัวควบคุม


การวัดแรงดึง (Tensile Force)

  1. ติดตั้งชิ้นงานในเครื่องทดสอบ

    • ชิ้นงานจะถูกหนีบทั้งสองด้านด้วย Grips ของเครื่องทดสอบแรงดึง

  2. โหลดเซลล์รับแรงที่ถ่ายผ่าน

    • เมื่อเครื่องเริ่มดึงออกจากกัน แรงที่เกิดขึ้นจะถ่ายมายังโหลดเซลล์

  3. วัดค่าและบันทึกผล

    • สัญญาณไฟฟ้าที่ได้จะถูกประมวลผลเป็นค่าตัวเลข เช่น นิวตัน (N) หรือกิโลนิวตัน (kN)

    • ใช้วิเคราะห์ความแข็งแรงและสมบัติการยืดของวัสดุ

การประยุกต์:

  • ทดสอบความต้านทานแรงดึงของกระดาษ พลาสติก เหล็ก หรือเส้นใยต่าง ๆ

  • ตรวจสอบความแข็งแรงของวัสดุก่อนนำไปผลิต


การวัดแรงกด (Compressive Force)

  1. ติดตั้งชิ้นงานบนแท่นรองทดสอบ

    • วางชิ้นงานให้อยู่ในแนวตรงกับโหลดเซลล์

  2. เครื่องทดสอบออกแรงกดลงมา

    • โหลดเซลล์จะรับแรงที่ถ่ายลงมาโดยตรง

  3. วัดค่าและบันทึกผล

    • ข้อมูลที่ได้จะแสดงค่าแรงกดสูงสุดที่วัสดุรับได้ก่อนเสียรูปหรือแตกหัก

การประยุกต์:

  • ทดสอบความแข็งแรงของกล่องบรรจุภัณฑ์

  • ทดสอบแรงกดของวัสดุก่อสร้าง เช่น อิฐ คอนกรีต

  • ตรวจสอบแรงกดในกระบวนการผลิต เช่น การอัดขึ้นรูป


ประโยชน์ของการใช้โหลดเซลล์วัดแรงดึงและแรงกด

  • ความแม่นยำสูง รองรับงานทดสอบทั้งในห้องปฏิบัติการและการผลิตจริง

  • วัดได้ทั้งแรงดึง–แรงกดในอุปกรณ์เดียว (หากเลือกโหลดเซลล์ชนิด S-Type)

  • ตอบสนองเร็ว เหมาะสำหรับงานที่ต้องการติดตามค่าการเปลี่ยนแปลงแบบ Real-Time

  • ความหลากหลาย มีหลายรุ่น หลายขนาด รองรับแรงตั้งแต่ไม่กี่นิวตันจนถึงหลายตัน


การเลือกโหลดเซลล์ที่เหมาะสม

  • แรงดึง–แรงกด (Tension/Compression): ควรเลือก S-Type Load Cell

  • แรงกดเพียงอย่างเดียว (Compression Only): เลือกโหลดเซลล์แบบ Compression Disk หรือ Button Type

  • ช่วงกำลัง (Capacity): เลือกให้เหมาะกับแรงที่ต้องการวัด เพื่อได้ความแม่นยำสูงสุด

  • ความแม่นยำ (Accuracy): เลือก Class ที่เหมาะกับงาน เช่น Class 0.1 สำหรับงานวิจัย หรือ Class 0.5 สำหรับงานทั่วไป


สรุป

โหลดเซลล์สามารถใช้ได้ทั้งงานวัดแรงดึงและแรงกด โดยมีหลักการเดียวกันคือการแปลงแรงกลเป็นสัญญาณไฟฟ้า การเลือกโหลดเซลล์ที่เหมาะสมกับงานและการสอบเทียบอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ได้ผลการวัดที่แม่นยำ เชื่อถือได้ และสามารถนำไปใช้ประเมินคุณภาพวัสดุหรือควบคุมกระบวนการผลิตได้อย่างมั่นใจ